FC2ブログ
スポンサー広告記事編集

スポンサーサイト


上記の広告は1ヶ月以上更新のないブログに表示されています。
新しい記事を書く事で広告が消せます。
│posted at --:--:--│
2006.06.30(金)
未分類記事編集

山下智久、タイの兄弟アイドルとユニット


เราคิดว่าทุกคนคงจารู้กันหมดแล้วนะ เพราะเราแบบว่ารู้อย่างช้าแล้ว 5 5 5(ต้องขอบคุณเจ๊ด้วยที่คบข่าวมาบอก)ก็เลยเอาข่าวมาลงให้อ่านกันค่ะ

ジャニーズの人気アイドル山下智久(21)が、タイの兄弟アイドル「GOLF&MIKE」と期間限定ユニットを組むことが28日、分かった。フジテレビが今夏放送する「女子バレーボール ワールドグランプリ2006」のスペシャルサポーターを務める。国境を越えたユニットは、43年の歴史を持つジャニーズでも初めて。タイでは滝沢秀明(24)らジャニーズアイドルが大人気で、5年前から公演を成功させるなど深い交流が新ユニット誕生の背景にある。
 ジャニーズアイドルにタイの人気兄弟が加わった。GOLF(ゴルフ=19)とMIKE(マイク=16)はタイで活躍中のアイドルデュオ。昨年11月に初アルバムを発表。同国最大規模の芸能事務所に所属し、ジャニーズが協力して02年に発足した育成組織「タイ・ジャニーズ・ジュニア」の1期生でもある。GOLFはシャープな顔立ち、MIKEは甘い表情が印象的。今は日本語を猛勉強している。
 アジアを結ぶ新ユニットは後日発表するジャニーズJr.の4人を加えて計7人になる。ユニット名は「kittyGYM(キティジム)」。kittyは「子猫」と訳されるが、ここでは「子供から大人まで愛される」意味を込めた。GYMは、GOLF、山下、MIKEの頭文字を取ったが、英語では「体育館」の意味。スペシャルサポーターを務める「女子バレーボール ワールドグランプリ」の会場も「体育館」。スポーツを愛する人に欠かせない「トレーニングジム」などにも引っかけている。同大会イメージソングを歌い、盛り上げに一役買う。
ジャニーズ事務所のジャニー喜多川社長は「アジアの輪を広げることは大事」とし、NEWSの活動休止でソロ活動を本格化している山下と「日本に対する興味が強くセンスもいい」というGOLF&MIKEの組み合わせを実現させた。同大会開催中(8月18日~9月3日)の期間限定の活動だが、異色ユニットとして話題を集めそうだ。

↓↓ แปลไทย เชิญคลิกด้านล่างค่ะ
อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
スポンサーサイト
│posted at 02:18:15│ ::COMMENT:: 45件
2006.06.27(火)
他の雑誌記事編集

TV Guide 06・06・24~06・06・30


TV Guide ไม่ขอแปลหมดแร้วกาน เพราะมานเยอะมากเลยก็เลยเลือกมาแค่ 2-3 หน้านะคะ อ้อ เล่มนี้เป็นแวมไพร์ น่ารักมากๆเรยอ้ะ ฮ่าๆ (โดยเฉพาะจิน หึหึ)

คาเมะ: ถ้าจะถามว่าอะไรมันทำให้เลือดในกายพลุ่งพล่านล่ะสำหรับผมคงจะเป็นคอนเสิร์ตครับ จริงๆแล้วเวลาได้ไปออกงานของละครที่จะเล่นก็เหมือนกัน ทำให้ผมตื่นเต้นไม่น้อย แต่ว่าตอนนี้..ไม่ได้ทำอะไรอยู่เลยไม่รู้จะให้คำตอบกับคำถามนี้ว่ายังไงดีอ่ะครับ พูดไม่ถูกแฮะ...
จิน: ก็พอเริ่มคอนเสริ์ตทีไรก็จะเป็นแบบนั้นไม่ใช้เหรอ? อืม..อะไรกันแน่น้าที่ทำให้เรารู้สึกได้ขนาดนั้น แต่อย่างผมหรือทางุจิเนี่ยปกติพวกเราจะนิ่งๆมากกว่านะ
จุนโนะ: ใช่นะ อย่างเวลาส่วนตัว ผมก็ไม่มีอัไรที่ทำให้เลือดในกายวิ่งขนาดน้าน ผมจะใช้ชีวิตแบบเรื่อยๆมากกว่า (หัวเราะ) แต่คอนเสริ์ตนี่ทำให้พลุ่งพล่านมากเลยนะ โดยเฉพาะคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมรอบก่อนเดบิวท์จริง
อุเอดะ: อื้อม แต่ว่านะ จะทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนนี้เนี่ย เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยก็คือพวกเราทะเลาะกันน้อยลงมาก ถ้าจะบอกว่ายังมีใครที่อารมณ์ร้อนอยู่คงจะเป็นผมกับอาคานิชิ....
นากามารุ: แหม เอาน่า กรณีอาคานิชิกับอุเอดะน่ะ มันก็แค่ส่วนหนึ่งของการแสดงที่เมคขึ้นมาใช่มั้ยล่ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอก(หัวเราะ) สำหรับฉัน คิดว่า บีทบ๊อกซ์นี่แหละ สุดๆ ก่อนหน้านี้น่ะ ฉันไปลองหาจากอินเตอร์เนตดูล่ะ ว่าใครเป็นสุดยอด 5 คนที่เล่นบีทบอกซ์ของญี่ปุ่น แล้วมีชื่อฉันอยู่ด้วยนาเว้ยยย ดีใจมากๆเลย ก็เลยคิดว่า ดีจริงๆเลยน้าเรา ที่ตัดสินใจเล่นบีทบอกซ์ นี่...นี่...ทุกคนฟังอยู่รึเปล่า!?
คาเมะ: ฟังฟัง แต่ก่อนอื่นมาช่วยจัดการเรื่องของอาคานิชิกับอุเอดะให้จบก่อนไม่ดีกว่าเหรอ
จิน: ฉันเป็นประเภทที่ไม่ลงไม้ลงมือก่อนอ่ะนะ นอกจากซะว่าจะโดนต่อยมาฉันก็จะเอาคืน อย่างเวลาพวกผู้ชายอยู่ด้วยกันเนี่ย..อืมไม่ๆ เอาเป็นทุกคนในวงนี่แหละมันก็อาจจะมีลงไม้ลงมือกันได้มั่งใช่มั้ยล่ะ
นากามารุ: เฮ้ยอารายเนี่ย จู่ๆมาพูดเรื่องสู้รบอะไรกันตอนนี้
อุเอดะ: อาคานิชิน่ะแป๊บๆก็อารมณ์บูดแล้ว ในใจนี่มีเรื่องสู้ๆเป็นอย่างแรกเลยเนี่ย รู้ป่าวว่านั่นแหละเลือดวิ่งพล่านแล้ว ถึงนายจะไม่รู้ตัวก็เหอะ (เฮ้ย...มันกล้าด่าจินแบบนี้ เดี๋ยวสวย...)
จิน: ครับบบครับบบ!! ก็ผมไม่ได้ขรึมนี่ครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบที่คนอื่นมอง อีกอย่างฉันไม่ทะเลาะกับใครด้วยเรื่องงี่เง่าแบบนั้นหรอก!
คาเมะ: เอ่อ ครับ...ต้องขอโทษด้วยที่ขัดจังหวะแต่ว่า..รู้สึกมันจะเริ่มออกนอกลู่นอกทางแล้ว ช่วยจบทีได้มั้ยเนี่ย
โคคิ: น่าน ออกมาจนได้ คำพูดนี้ (หัวเราะ)(เห คาเมะพูดบ่อยมากเลยรึ โคคิ by:เราเอง 55+)
อุเอดะ: อ่าว ยังไม่ทันเริ่มเลยจะให้จบซะงั้น แต่ว่านะเวลาขากลับเนี่ยต้องไปยิมหน่อยละ ไปชกๆๆๆ เลือดจะได้วิ่ง
คาเมะ: แล้วเป็นไงมั่งละ จริงๆจะทะเลาะกันอ่าก็ได้นะ นานทีๆ แต่ว่าหัวเราะให้กันไม่ดีกว่าเหรอ แล้วอาคานิชิตอนนี้มีงานอดิเรกอะไรมั่ง
จิน: อื้อม เทนนิสมั้ง จริงๆก็เล่นมานานแล้วนะ แต่ตอนนี้กลับมาเล่นอีก ถึงจะเป็นแบบเล่นเดี่ยวแต่ก็ชอบเทนนิสอยู่ดีนะ โดยเฉพาะเวลาแข่ง
โคคิ: เอ้อ มีเรื่องน่าเศร้าอยู่เรื่องนึง ฉันน่ะเป็นคนเปิดใจให้ใครยาก แต่ก็มีคนที่คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนกัน ฉันไม่อยากให้ใครที่เราเปิดใจด้วยต้องมาหักหลังเพราะฉะนั้นฉันก็จะไม่หักหลังคนคนนั้น แต่ในโลกนี้น่ะ ตอนนี้มีแต่คนหักหลังกันเยอะไปหมด เป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ
จิน: แต่สำหรับคนที่ไม่เปิดใจเข้าหาก็จะอยู่ได้แค่ตรงนั้นแหละนะ สิ่งที่สำคัญก็คือเราจะก้าวออกไปหรือว่าจะไม่ก้าว ตรงนี้แหละ เรื่องใหญ่!
คาเมะ: ถึงเรื่องที่เราจะเข้าใจใครซักคนและให้คนนั้นเข้าใจเราเป็นเรื่องยากนะ แต่มันก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจะมีชีวิตอยู่ ฉันเองก็ไม่อยากจะแบกรับอะไรๆเอาไว้เลยคิดว่าการแสดงความรู้สึกของเราออกมาทำให้ได้คุยแลกเปลีย่นความคิดกับผู้อื่นไปด้วยมันน่าจะดีกว่านะ แต่ว่าไม่ทำหน้าเศร้าบอกความทุกข์ของเรานะแต่ทำท่าทางร่าเริงคุยกับเค้าดีกว่า ...เอ๊ะ นี่ฉันพูดอะไรแปลกๆรึเปล่า..(55+ พูดเหมือนนางเอกเลย หึหึ)
จุนโนะ: 55 ไม่หรอก นานๆทีฉันก็ชอบพูดอะไรที่จริงๆจังๆเหมือนกัน

อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 00:52:43│ ::COMMENT:: 61件
2006.06.25(日)
MYOJO記事編集

MYOJO 2006/08 ②


โอ้ว มีคนเม้นให้เยอะภายในเวลาอันรวดเร็ว ขอบคุณมากนะค๊า (มีแต่คนเม้นเกี่ยวกับจินหว่ะ 555+ คาเมะพูดน่าเบื่อมากเรอะ หึหึ ขนาดเรายังเบื่อ) เอาตอบเมลมาลงให้อ่านกันแล้วนะ อ่านแล้วก็เม้นด้วยเน้อ

------ฉันชอบคาเมะนาชิคุงมากเลยค่ะ เวลาเพื่อนฉันพูดถึงคาเมะนาชิคุงทีไรแล้วฉันจะรู้สึกหึงขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เพื่อนฉันก็ถามเหมือนกันว่า ”โกรธอะไรเหรอ” แล้วจินคุงกับคาเมะจังเวลารู้สึกหึงขึ้นมาจะทำยังไงคะ
จิน: นี่ ก่อนอื่นเลยนะ เธอลองคิดดูดีๆก่อน ถ้าเกิดเสียเพื่อนไปเพราะเรื่องนี้จะทำไงเล่า
คาเมะ: อืม แล้วถ้าหึงขึ้นมาจะเป็นยังไงเหรอ
จิน: ก็อารมณ์เสียสุดๆน่ะสิ
คาเมะ: ส่วนฉันคงเป็นแบบว่า ”หืม...” ประมาณเนี้ย
จิน: อ๊ธ จริงๆแล้วฉันก็ด้วยแหละ หน้าเป็นแบบ ”หืม...” แต่ใจอ่ะ มันโมโหไปแล้ว


--------เวลาฉันแปรงฟันน่ะค่ะ จะแปรงลิ้นไปด้วยเลย ..เอ หรือว่ามีฉันคนเดียวที่เป็นแบบนี้คะเนี่ย
จิน: ไม่ครับ ผมก็ทำครับ emoji:i-258]
คาเมะ: ฉันด้วย emoji:i-258]
จิน: ฉันทำแบบนี้มานานแล้วนา ก็เวลากินกาแฟน่ะ ไม่รู้สึกเหนียวๆรึไง
คาเมะ: อื้อ เวลากิน โยเกริ์ตด้วย รสนมเรย emoji:i-258]
จิน: ใช่ใช่


-------ฉันน่ะเวลาคิดจะชอบใครแล้ว เคยมีคนที่ชอบถึง 5 คนพร้อมกันเลยค่ะ เวลาพวกผู้ชายมองมาจะคิดว่าฉันแย่มั้ยอ่ะคะ
คาเมะ: เอ่อ..แบบนั้นมันไม่ได้เรียกว่าชอบแล้วล่ะครับ
จิน: ใช่ ไม่ใช่ชอบแล้ว
คาเมะ: ถ้าทำยังงั้นล่ะก็จะหาคนที่รักจริงๆไม่ได้นะ


------เพราะว่าฉันต้องย้ายไปเรียนอีกที่หนึ่ง ทำให้ฉันต้องย้ายไปอยู่ฟุคุโอกะแล้วก็ต้องอยู่คนเดียวแล้วค่ะ เมื่อกี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เพิ่งจะมาส่งฉัน ฉันไม่อยากให้ท่านลำบากใจก็เลยพยายามจะไม่ร้องไห้ แต่สุดท้ายแล้วก็ร้องไห้ออกมาจนได้ แต่พอฉันได้เห็นคัททุนก็ทำให้ฉันมีแรงใจอีกครั้งค่ะ ทำให้ฉันยิ้มได้ ที่ส่งเมลมาเพราะอยากจะขอบคุณจินคุงกับคาเมะจังแล้วก็คัททุนทุกคนมากๆเลยนะคะ ขอบคุณค่ะ
คาเมะ: พวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณ ^^


อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 01:18:15│ ::COMMENT:: 70件
2006.06.22(木)
MYOJO記事編集

MYOJO 2006/08


ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่...พอลงโนบุตะแล้วคนเม้นน้อยมากกกกกกกก -*- คราวนี้เอา MYOJO มาลงให้ก็ช่วยกันเม้นหน่อยนะค๊า...(ถ้าไม่ 50+ ไม่ต่อ จริงๆด้วย แอบเคืองนะเนี่ย...)

KAMENASHI KAZUYA

♥Idol เนี่ยมันคืออะไรกันแน่น้า? จริงๆแล้วผมก็ไม่เคยมานั่งคิดลึกถึงขนาดนั้นหรอกนะครับ แต่ว่าความรู้สึกที่เรามีต่อคำว่า Idol ตอนนี้ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนแล้วก็เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ ผมคิดว่ามันไม่เกี่ยวเลยเวลาที่ผมทำเรื่องที่ควรจะทำแล้วมีคนบอกว่า "ก็เป็นไอดอลนี่ถึงต้องทำ" ผมไม่อยากจะให้ลืมไปเสียว่าจริงๆแล้ว Idol ก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาเหมือนทุกๆคนนั่นเอง งานนี้มองภายนอกอาจดูเหมือนว่าทำๆไปลวกๆก็เสร็จ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราทำไปแล้วมีคนตีค่าเราว่าดีหรือไม่ดี หรือแม้แต่เรื่องที่อาจจะไม่มีผลตามมาก็ตาม ไม่ว่าเรื่องไหนก็สามารถวุ่นวายกับชีวิตประจำวันปกติของเราได้ทั้งนั้น อย่างเช่น เวลาเราเดินอยู่ตามถนน สายตาคนที่มองมาก็เพราะเค้ารู้จักเราแต่เราไม่รู้จักเค้าเนี่ย...มันก็แปลกไปอีกแบบนะครับ หรือเวลาที่เราไปร้านสะดวกซื้อแล้วได้ยืนเพลงตัวเองเปิดยังอายเลย (หัวเราะ) จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ผมชอบออกไปเดินข้างนอกครับ แต่ด้วยเหตุผลนานานับประการที่กล่าวไป พักนี้ก็เลยมักจะอยุ่กับบ้านมากกว่า.....
♥ถ้าให้พูดถึงไอดอลสมัยเด็กของผมนะครับ ก็คือคุณ มัตสึอิ ฮิเดกิ มือเบสบอลครับ ผมชื่นชมเค้ามากๆเวลาผมเห็นเค้าในทีวี ตีโฮมรันได้เนี่ยเท่ห์มากๆเลยครับ ผมยังคิดไปเลยว่า "เท่ห์จังเลย ถ้าผมเป็นแบบนั้นได้มั่งล่ะก็...." ในตอนนั้นผมไม่สนใจงานที่ผมทำอยู่ตอนนี้เลยแต่ก็โดนลากเข้ามาในบริษัทซะงั้น พอผมเห็นพวกรุ่นพี่ที่เต้นอยู่หน้าผม ผมก็เริ่มคิดว่า "อยากเต้นให้ได้เท่ห์ๆแบบนี้บ้าง" อื้อม สำหรับผมแล้ว Idol คงจะหมายถึงคนที่ดูเท่ห์ล่ะมั้งครับ
♥สิ่งที่ผมไม่รู้สึกเสียใจเลยที่เราเลือกทำงานตรงนี้ก็คือ การที่เราได้ทำคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองครับ อย่างในเวลาคอนเสิร์ตเราก็อยากจะให้คนดูทุกคนได้รับแต่ความสนุกกลับบ้านไป เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพยายามให้สุดความสามารถ แต่ขนาดทำเต็มที่แล้วเราก็ยังไม่เหนื่อย มีกำลังเหลือ ก็มาคิดนะว่าเพราะอะไร เพราะว่าผมได้รับแรงใจจากทุกๆคนที่มาดูยังไงล่ะครับ และก็ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ได้รับแรงใจจากคนดูทั่วประเทศ 630000 คน เช่นกัน พอเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่า "เอาล่ะ!" ต้องทำให้ดีให้ได้ พอลองมาคิดดูๆตอนนี้มันช่างเป็นเวลาที่แสนประทับใจจริงๆเลยครับ จนหว่าจะถึงคราวหน้าที่เราจะเจอกัน เก็บพลังกันเอาไว้เยอะนะครับบ♥


-----------------------------------------------------------------------------

AKANISHI JIN

♥ผมไม่ใช่ไอดอลหรอกครับ เป็นคนธรรมดาเนี่ยแหละดีแล้วครับ ก็เพราะผมมันธรรมดาน่ะสิ ก็นะ...เพราะเป็นคนธรรมดาเลยไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมากมายจนถึงตอนนี้ไอดอลคืออะไรกันแน่ผมก็ยังไม่รู้เลยครับ ถึงจะบอกว่า KAT-TUN = Idol Group ...ให้พูดจริงๆเลยนะผมไม่ชอบเลย ก็มันไม่ใช่ทั้ง artist musician หรือแม้แต่ talent แล้วผมก็ไม่เคยคิดด้วยว่าอยากจะให้เรียกผมว่าอะไร เพระผมไม่ชอบถูกแยกประเภทไปรวมกลุ่มแบบนั้นล่ะมั้งครับ สำหรับผมแล้วเนี่ย จะยังไงก็ได้ครับ ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นดาว หรืออยากจะอาบแสงจันทร์อะไรแบบนั้น ผมก็แค่คนธรรมดาที่อยากจะลองทำงานในวงการบันเทิงดูก็เท่านั้นเองครับ
♥มีคนหลายคนชอบตั้งคำถามว่า "จะทำยังไงคะ ถึงจะเป็นไอดอลได้?" ผมว่านะ ไม่ว่าจะคนบันเทิง ไอดอล หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าใจอยากจะเป็นแล้วล่ะก็ใครๆก็เป็นได้ทั้งนั้นแหละครับ ไม่จำเป็นต้องไปเข้าสำนักไหนด้วย ของอย่างงี้มันขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาสมากกว่า อย่างที่ทุกๆคนก็รู้ๆอยู่แล้วว่าผมก็เคยตกรอบตอนออดิชั่นแต่ทำไมผมยังเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ได้ล่ะ ถ้าให้ผมตอบล่ะก็คงเป็นเพราะว่าผมดวงแข็งนั่นเอง ถึงจะไม่ใช่เรื่องงานก็เหมือนกัน อย่างโชคในการแข่งขัน โชคในการเสี่ยงดวงฉลาก หรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ย ผมว่ามันก็ต้องมีเวลาที่ดวงถอยนะ แต่คนที่ชนะมันก็มีเยอะครับ เราเชื่อว่าดวงเราจะดียังง่ายกว่าเชื่อว่าใครซักคนจะเป็นคนดีเลยนะ
♥จริงๆแล้วก่อนหน้าที่ผมจะเข้าวงการบันเทิงนะครับ ผมก็เคยดูทีวีแล้วเห็นคุณฮิโรสึเอะ เรียวโกะ ตอนนั้นผมก็คิดว่า..ไอดอลเนี่ย น่ารักจังเลยน้า แต่ตอนนี้ครับ...ผมไม่รู้สึกต่อใครแบบนั้นเลย ก็มีแค่เวลาเห็นรอยยิ้มหรือเครื่องแต่งกายของพวกเด็กๆผู้หญิงที่เป็นไอดอลแล้วรู้สึกว่า "โอ้ สมเป็นไอดอลจริงๆ" แต่ว่ามันเอามาใช้กับผมไม่ได้ครับ อย่างตอนคอนเสิร์ตมันต้องใส่ชุบแบบระยิบระยับเว่อร์ๆ ผมยังคิดเลยนะว่า "ถึงมันจะดูสมเป็นไอดอล แต่ผมไม่ชอบอ่ะ ทั้งๆที่ผมอยากจะใส่ชุดธรรมดาๆขึ้นไปบนเวทีเลย" แบบนั้น แต่ก็นะครับ ตอนเสิร์ตเนี่ยถ้าเป็นคนธรรมดาๆแล้วล่ะก็ไม่มีวันที่จะมีโอกาสได้ไปลองสัมผัสมันหรอกครับ เพราะฉะนั้นแล้วนี่คงเป็นข้อหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีที่มีโอกาสมาทำงานนี้ล่ะครับ ถึงจะเหนื่อยจะล้า จะเมื่อยตัวไปบ้างแต่ก็สนุกครับ ผมก็ไม่รู้ว่าอีก 10 ปีให้หลังจะยังสนุกเหมือนตอนนี้หรือเปล่า เพียงแค่ตอนนี้ผมได้ทำงานตรงนี้ ที่ที่ผมชอบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำว่าไอดอลหรืออะไรทั้งนั้น แค่นั้นก็พอแล้วครับ
(**จินเท่ห์มาก จะเท่ห์ไปหนายยยยยยย เป็นหนุ่มช่างฝันเหลือเกินๆๆๆ จบถาปัดมารึไงเฮีย!! by:เราเอง 55+)
อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 22:40:25│ ::COMMENT:: 76件
2006.06.13(火)
TV記事編集

UTAWARA 2006/06/11


เราเอามาลงเร็วเพราะเราไม่แน่ใจว่าอีก 2-3 วันนี้จะเข้ามาอัพหรือเปล่า ก็เลยเอามาลงให้ตั้งแต่วันนี้เลย อุตะวาระ ค่อยมาคลายความน่าเบื่อลงหน่อย เฮ้ๆๆ ดูแล้วขำมากๆเลย อ่านกันแล้วก็ไปดูอีกรอบเน้อ อิอิ

คาเมะ: สวัสดีครับ ตอนนี้ก็มาเข้าช่วงผู้หญิงสวยแห่งยุคโชวะ ถ้าไม่บอกก้ไม่รู้!

พิธีกร1: ช่วงนี้นะครับ เราจะให้คุณผู้หญิงทั้ง 4 คนที่เป็นแขกรับเชิญมาพูดถึงความทรงจำในวัยเด็กของพวกเธอคร้าบ และเราจะให้คัททุนทั้ง 5 คนตอบคำถามของพวกเธอ ซึ่งถ้าไม่มีใครใน 5 คนตอบได้ล่ะก็ จะต้องเล่นบทเลิฟซีนจากเรื่อง ไททานิค ซินเดอเรล่า หรือ ฟุยุโนะโซนาต้า กับพวกเธอน่ะเอง

พิธีกร2: โอเคครับ ตอนนี้เราขอแนะนำคุณผู้หญิงสวยแห่งยุคโชวะกันก่อนนะครับ 4 ท่านนี้ครับ
คาเมะ:โอ้ ดีจริงๆเลยนะครับ เพราะมีผู้หญิงงามเฉิดฉายขนาดนี้ในยุคโชวะพวกเราก็เลย...
อาซางิ: เดี๋ยวๆๆ นี่ยอเว่อไปรึเปล่า
คาเมะ: ครับ วันนี้เราก็เลยจัดที่นั่งให้ห่างจากคนดูซะ...
แฟนๆ:ฮ่าๆๆๆ (สรุปคือ คาเมะจะชมหรือด่าวะนี่....)

คาเมะ: ครับ งั้นเราไปดูคนแรกกันก่อนเลยดีกว่าครับ คุณอาซางิ คุมิโกะครับ นี่คือภาพของเธอเมื่อตอน 5 ขวบ (ตรงกับปีโชวะที่ 44) และสิ่งที่คุณอาซางิ ชอบมากเลยก็คือ...ตุ๊กตาริกะจังนั่นเอง
แฟนๆ :โอ้วววว
คาเมะ: งั้นเราไปดู VTR กันเลยดีกว่า

(และตรงนี้ VTR ก็แนะนำแบบว่าตอนที่คุณอาซางิอายุ 5 ขวบมีอะไรบูมมั่ง เช่นมินิสเกิร์ต...และก็มาจนถึงตุ๊ตาริกะจังนั่นเองค่ะ ซึ่งเค้าบอกว่าตอนนี้ก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่เด็กผู้หญิงไม่สร่างเลยทีเดียว)

พิธีกร1: คำถามครับ อาคานิชิ! ตุ๊ตาริกะจัง อายุเท่าไหร่รู้มั้ยครับ
จิน: ไม่รู้เว้ย....
แฟนๆ : ฮ่าๆๆๆ (ชั้นขอเป็น 1 ในแฟนๆที่หัวเราะด้วยคน)
พิธีกร1: โอ้ หมดเวลาคิดแล้วครับ ตุ๊ตาริกะจังที่ชื่อ คายาม่า อยุ่ป.5 อายุ 11 คร้าบ คำถามต่อไปครับ ทางุจิ! ริกะจังชอบอ่านการ์ตูนอะไรเอ่ย
จุนโนะ:..(ตรงนี้จุนโนะยังไม่ทันตอบเลย แต่เวลาถอยหลังเดินแค่ 3 แล้วไป 0 ซะงั้น 55+ โคดแกล้งจุนโนะเรยอ่ะ)
พิธีกร1: บู...ผิดครับ คำตอบคือ โดราเอมอน!!

(ตรงนี้ก็จบวีทีอาร์ สต๊าฟเข็นตุ๊ตาพร้อมบ้านเข้ามาให้ดูในสตูดิโอเจ้าค่า)

โคคิ: เดี๋ยวๆๆ ครับ คุณแม่ของริกะจังนี่ ไม่ตัวใหญ่ไปเหรอครับ
อาซางิ: เออ นั่นสิ ตัวสูงกว่าบ้านอีกอ่ะ แต่ว่าฉันนะ หาซื้อเสื้อให้ตุ๊กตาแทบแย่ ก็หาไม่ได้ก็เลยเย็บเองเลยนะ มีแค่รองเท้าอย่างเดียวเอง ที่ทำไม่ได้อ่า

(แล้วตรงนี้เค้าก็พูดถึงเรื่องที่โทรศัพท์คุยกับตุ๊ตากันว่าเคยทำมั้ย อะไรแบบนี้...เพราะว่ามีเด็กผู้หญิงคนนึงชอบตุ๊ตามากเลยโทร.ไปยังบริษัทผู้ผลิตถามว่าริกะจังอยู่มั้ยคะ พอดีกับยัยพนักงานที่รับโทรศัพท์โมเมตอบไปว่า ฉันนี่แหละริกะจัง เพราะไม่อยากทำลายฝันของเด็กๆ หลังจากนั้นเด็กๆก็เริ่มโทร.หาริกะกันใหญ่เลย)

คาเมะ: เรามาเริ่มคำถามกันดีกว่านะ
พิธีกร2: ใช่แล้วครับ ถ้าคัททุนสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องล่ะก็ จะได้กินคาสเทร่าแห่งยุคโชวะที่วางอยู่ตรงนั้นนะคร้าบ
พิธีกร1: คำถามก็คือ...แฟนหนุ่มของริกะจัง ชื่ออะไรคร้าบบบบบบบบ
พิธีกร2: ถ้าเกิดว่าตอบคำถามผิดล่ะก็ต้องเล่นบทเลิฟซีนกับคุณอาซางินะครับ

(ตรงนี้ทางรายการก็เอาคำตอบให้แฟนๆดูก่อน ซึ่งคำตอบก็คือ ทาจิบานะ วาตารุ ค่า)

คาเมะ: เราจะให้คัททุนทุกคนสมมุติว่าตัวเองเป็นแฟนของริกะจัง แล้วแนะนำตัวนะครับ งั้นก่อนอื่นเลย..เริ่มจากอาคานิชิคุงละกัน
จิน: ทุกคน...สวัสดีครับ ชื่อของผมก็คือ...จอห์นนี่ครับ (พูดจบพร้อมก้มหัว 1 ที)
แฟนๆ : 555555555555++ (555+ เราขอขำอีจินด้วยคนเถอะไม่ไหวแล้ว)
พิธีกร2: เฮ้ย อาคานิชิคุง ไม่ใช่ซักนิด ผิดแล้ว
จิน: อ้าว อะไรอ่ะ ก็หน้ามันฝรั่งออกจะ จอห์นนี่ขนาดนั้นอ่ะ
พิธีกร2: เออๆ ทางุจิดีกว่า
จุนโนะ: ชื่อของผมก็คือ ยามาโตะ ทาเครุครับ
แฟนๆ : ว๊ายๆๆๆ (แบบว่าใกล้ถูกแล้ว แต่ก็ผิดอยู่ดี โฮ่)
คาเมะ: เอ่อ...อย่างน้อย...ก็ใกล้คำตอบมากกว่าจอห์นนี่แล้วล่ะครับ
แฟนๆ : 55555+
โคคิ: เอ๊ะ เดี๋ยว ริกะจังนี่นามสกุล คายาม่า ใช่มะ ถ้างั้น สวัสดีครับ ผม คายาม่า ยูโซครับ
คาเมะ: 555+ ผมว่าท่าทางมันจะยากไปนะ งั้นเอางี้ดีกว่า ให้ตอบแค่ชื่อถูกก็พอ
อุเอดะ: เอ...ทุกคนสวัสดีครับ...กระผมชื่อ...ยามางุจิ วาตารุ ครับ
พิธีกร2: ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบ!!!!!!!!

คาเมะ: เสียใจด้วยนะครับ หมายความว่าคุณอาซางิก็อดเล่นฉากเลิฟซีนกับเราไปซะแล้ว งั้นคนต่อไปครับ คุณโมริครับ
พิธีกร2: โอ้ว ครั้งนี้จะมาเอาคืนใช่มั้ยครับเนี่ย
โมริ: ใช่แล้วล่ะค่ะ ครั้งนี้จะมาแก้แค้นคืนให้ได้เลยค่ะ
คาเมะ: อื้อมม นั่นสินะครับเนี่ย
อาซางิ: ใช่สิคะ ไม่ว่ายังไง ท่านผู้ชมก็คงอยากจะดูเจ้าหญิงอย่างชั้นถูกกอดอยู่แล้วใช่มั้ยล่า

อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 18:38:58│ ::COMMENT:: 69件
2006.06.12(月)
POTATO記事編集

POTATO 2006/07


คอมเม้น 50+ เอามาลงให้ตามสัญญาแล้วนะคะ 55 รู้สึกเหมือนไม่ได้แปลโปเตโต้มานานแฮะ...รึเปล่าหว่า 55+ โฮ่ๆ แต่รูปเล่มนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ โดยเฉพาะ รูปที่เป็นมือยูอิจิ&คาสึยะ...ทำไมต้องยูอิจิ&คาสึยะ ด้วยวะเนี่ย ช่วยถ่ายเดี่ยวๆก็ได้เว่ย!(คนอื่นเค้าอายแทน - -)

----TALK ABOUT----

NAKAMARUXKAMENASHI

นากามารุ: รายการวิทยุที่ฉันทำกับอุเอดะน่ะ ตอนนี้กำลังไปได้ดีเลยล่ะ
คาเมะ:อือ วิทยุเนี่ยก็มีอะไรให้ตื่นเต้นไปอีกแบบแตกต่างกับรายการทีวีล่ะเนอะ
นากามารุ: ใช่ๆ ความจริงแล้วการที่ต้องสรรหาคำมาพูดเรื่อยๆเพราะไม่มีภาพให้คนดูเนี่ยก็ยากเหมือนกันนะ แต่ว่านั่นแหละที่สนุก ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลย ฉันน่ะอยากทำรายการวิทยุตั้งแต่ตอนที่เข้าจูเนียร์แล้ว เพราะงั้นพอได้มาทำจริงๆก็เลยดีใจ คาเมะก็เหมือนกัน ตอนนี้ก็คงวุ่นๆกับการถ่ายโฆษณาล่ะสิ แล้วส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไงมั่ง
คาเมะ: สนุกนะ บรรยากาศมันก็เปลี่ยนไปจากตอนที่อยู่พร้อมหน้ากัน 6 คนไปอีกแบบ
นากามารุ: การที่ทำงานเดี่ยวๆเนี่ย งานทั้งหมดเราก็ต้องรับผิดชอบคนเดียว ฉันว่ามันก็กดดันเหมือนกันนะ แต่นั่นแหละมั้งที่ทำให้เราไม่เผลอเรอ
คาเมะ:ที่ทุกคนแยกกันทำงานของตัวเองนั่น จริงๆแล้วก็เป็นความพยายามของทุกคนรวมกันเป็นพลังของคัททุนน่ะแหละ
นากามารุ: ใช่ใช่ มันจะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่จริงๆเน้อ ฮ่าๆ วันนี้พวกเราพูดดีจังแฮะ..เอ้อ คาเมะ คราวหน้ามาเป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุให้ฉันหน่อยสิ
คาเมะ: เรียกมาสิ! ฉันน่ะทำทุกอย่างอยู่แล้วล่ะ(หัวเราะ)
นากามารุ: จริงอ้ะ~! ให้ทำอะไรให้ดีน้า..งั้นให้จัดคิวคนพูดให้ก็แล้วกัน
คาเมะ: อ่าว หมายความว่าให้ฉันไปทำงานของสต๊าฟเนี่ยนะ...(หัวเราะ)?
นากามารุ: ยังงั้นแหละ....แหม โกหกน่า! ก็มาช่วยกันจัดรายการสิ จะได้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างในรายการฉัน มีอะไรแปลกใหม่
คาเมะ: อื้อ งั้นใกล้ๆนี่ก็ชวนฉันให้ได้แล้วกันนะ!
นากามารุ: ต่อไปพูดเรื่องทัวร์คอนเสิร์ตกัน
คาเมะ:ให้พูดจริงๆเลยนะ พอมาคิดๆดูแล้วเนี่ย...งานโคดหนักเลยอ่ะ ตารางแน่นเอี๊ยด(หัวเราะ) สำหรับร่างกายแล้วมันก็เป็นงานที่หนักนะ แต่ความสนุกมันก็มากเหมือนกัน
นากามารุ: ใช่ๆ เพราะมันสนุกมากถึงรู้สึกว่า ไม่ว่าจะไปสเตจไหนเวลาก็ผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน
คาเมะ: อื้อ ไม่ว่าจะไปที่ไหนแฟนๆทุกคนก็ร้อนแรงจริงๆ เหมือนกับช่วยเป็นพลังงานให้เราอีกแหล่งเลย
นากามารุ: นอกจากจะดีใจที่ได้เจอกับคนหลายๆพื้นที่แล้วนะ ดีใจที่เห็นเค้ายิ้มให้เรา มันเป็นกำลังใจให้เราทำคอนเสิร์ตจริงๆ
คาเมะ: แล้วก็ได้ไปกินของอร่อยของแต่ละพื้นที่ด้วย ก่อนหน้านี้ไม่นานที่ไปฮอกไกโดมาอ่ะ ที่กิน..(อะไรซักอย่างแปลมะออก) ไป อร่อยมากเลยเนอะ
นากามารุ: ใช่ๆ ที่ไหนก็อร่อยเนอะ ..ฮ่าๆ นี่เรากลายเป็นนักชิมประจำพื้นที่ไปแล้วหรอนี่
คาเมะ:แล้วก็ๆ ตอนที่ไปเซนไดน่ะ ทุกคนไปรวมกันที่ห้องนอนนึง แล้วก็ไปซาวน่าด้วยกัน หลังจากนั้นก็กินข้าวด้วยกัน สนุกมากเลย
นากามารุ: อ้อ ใช่ สนุกๆ
คาเมะ:เหมือนไปค่ายตอนมัธยมเลย
นากามารุ: จริงๆแล้วก็ประมาณนั้นเรยแหละนะ ที่เราได้เล่นคอนเสิร์ต ได้เจอแต่ประสบการณ์ดีๆ ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันนี่เป็นคนโชคดีจริงๆเลยนะเนี่ย
คาเมะ: หลังจากนี้ยังเหลือคอนเสิร์ตที่โตเกียวโดมอีก (ตอนถ่ายทำคือต้นเดือนพ.ค.ค่ะ) ก็ท่าจะสนุกไม่แพ้กันเลย
นากามารุ: ทัวร์จบแล้ว ก็อยากให้แฟนๆทุกคนได้เห็นคัททุนที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกรอบนึง เพราะพวกเราเองรู้สึกว่ามีความมั่นใจขึ้นมากกว่าตอนที่ทำคอนเสิร์ตกันเมื่อเดือนมีนา

นากามารุ: ต่อไปมาพูดถึงเรื่องส่วนตัวมั่งดีกว่า ตอนนี้กำลังเห่ออะไรอยู่เนี่ย
คาเมะ: ก็ต้องเป็นเรื่องแช่น้ำร้อนครึ่งตัวอยู่แล้ว
นากามารุ: ท่าทางนายจะชอบจริงๆเลยน้า แช่น้ำร้อนเนี่ย
คาเมะ: ใช่ ถ้าเกิดถามว่าถ้าต้องมีสิ่งไหนในโลกหายไปแล้วจะอยู่ไม่ได้ คงจะเป็นอ่างน้ำร้อนนี่ล่ะมั้ง อย่างตอนที่ทัวร์คอนเสิร์ตเสร็จกลับบ้านมาจะอาบน้ำ จู่ๆท่อประปาเสีย น้ำไม่ไหล ตอนนั้นโมโหมากเลย!
นากามารุ: ลำบากน่าดูเลย จริงๆเมื่อวานฉันก็ไปแชน้ำร้อนมานะ แต่ไม่ใช่ครึ่งตัว ทั้งตัวเลย
คาเมะ: 55+ นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาออก แล้วพักนี้ไม่เห่อเรื่องอื่นมั่งหรอ
นากามารุ: (ตรงนี้ยูอิจิตอบอะไรซักอย่าง แล้วอีก 4 คนที่นั่งฝั่งอยู่ก็บ่นออกมาว่า น่าเบื่อ น่าเบื่อ) โอเคครับๆ ถือซะว่ามะกี้ไม่ได้พูดก็แล้วกัน...
คาเมะ: เรียนภาษาเกาหลีล่ะ? ไม่ได้กำลังบ้าอยู่หรอกหรอ
นากามารุ: อืม...จริงๆนั่นมันก็บ้ามานานแล้วนะ เหมือนทำมานานแล้วอ่ะ เลยไม่ใช่ท๊อปปิ๊กที่จะเอามาพูดหรอก อ้อใช่ ตอนนี้ฟุตบอลโลกกำลังจะเริ่มนิ บ้านั่นแหละ บอลโลก!
คาเมะ: อ้า ถ้างั้นก็ต้องดู CM Sucapa ของเราให้ดีๆซะแล้ว
นากามารุ: อ้า แน่น๊อน แล้วก็พักนี้ค่อนข้างบ้าแต่งห้องด้วยมั้ง เพิ่งซื้อโต๊ะใหม่มาเอง
คาเมะ: เห เป็นแบบไหนหรอ
นากามารุ: เป็นแบบเตี้ยน่ะ อุตส่าห์ไปซื้อถึงร้านที่ชิบะเลยนะ แต่วันส่งจริงๆทางบริษัทดันมาไม่ตรงเวลาเลยแย่เหมือนกัน
คาเมะ: ...ทำไมถึงเจอแต่เรื่องแบบนี้บ่อยจริงๆเลยนะนายเนี่ย..(หัวเราะ)
นากามารุ: 5555+ ก็เพราะว่าเป็นฉันล่ะมั้ง...!!

อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 13:58:24│ ::COMMENT:: 66件
2006.06.11(日)
WINKUP記事編集

WINK UP 2006/07


ชอบรูปของวิ้งก์อัพเดือนนี้จังเลย โดยเฉพาะที่เป็นจินคาเมะจุนโนะ..ถ่ายยังกะเป็นโปสเตอร์หนัง 55+ น่ารักดี(คาเมะอ้ะ)มีคนบอกว่านึกว่าเราหายไปแล้ว...ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ว่ายุ่งๆมากเลย ตอนนี้กลับบ้านดึกก็เลยไม่ค่อยว่าง ถ้ามีเวลาก็จะมาอัพแล้วกันเน้อ

----COLORS---

KAZUYA KAMENASHI

ผมคิดว่าสีขาวกับสีดำเป็นสีที่มีพลังมากเลยครับ ทั้งๆที่สีขาวดำรูปลักษณ์ภายนอกมันไม่ได้เปลีย่นไป มันก็ยังคงเป็นขาวหรือดำอยู่แบบนั้น แต่เราจะมองเห็นมันยังไงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเราในเวลานั้น ห้องสีขาวบริสุทธิ์แน่นอนว่าถ้ามันมีวันที่ทำให้รู้สึกใจสงบ ก็ต้องมีวันที่เลวร้าย เป็นสีที่มีพลังพิศวงจริงๆนะครับ สำหรับเครื่องแต่งกายก็เหมือนกัน
ส่วนใหญ่แล้วคัททุนมักจะแต่งสีดำกัน แต่นานๆทีก็มีสีขาวทำให้เราเปลี่ยนอารมณ์ไปเลยนะ ไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายเวลาขึ้นคอนเสิร์ตนะ พวกเสื้อที่ใส่ปกติก็เหมือนกัน อย่างสมมุติว่าใส่แจ๊กเก๊ตหนังสีดำ ก็จะรู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง จะว่าไป....แบบเถื่อนๆหน่อยล่ะมั้ง แฟชั่นนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ที่ผมมักใส่ๆอยู่ทุกวันนี้ก็พวกกางเกงแนวๆโคคิเนี่ย มีเยอะเลยครับ(หัวเราะ)
สำหรับสีของ KAT-TUN นะครับ ทุกๆคนคงคิดกันไปหมดแล้วแน่ๆเลยว่าอิมเมจเป็นสีดำ แต่ผมว่าไม่ใช่นะ อย่างตอนคอนเสิร์ตก็ใช่ว่าจะมีแต่สีดำนะ บางทีเราก็ใช้สีที่มันระยิบระยับหน่อยให้เข้ากับเวที เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่อยากให้ทุกคนคิดว่า "KAT-TUN = สีมืดๆ" เลยนะครับ เพราะแต่ละคนก็มีสีของตัวเอง ..อืม สีรุ้ง พูดแบบนี้น่าจะดีกว่าเนอะ
เมื่อกี้ผมบอกไปว่า KAT-TUN เป็นสีรุ้งใช่มั้ย แต่ส่วนตัวผมแล้วจริงๆไม่ค่อยสนใจเรื่องสีหรืออะไรเท่าไหร่หรอกนะครับ ผมว่าเอาสีพื้นๆธรรมดาๆนี่แหละดีแล้ว ผมอยากจะบอกว่าให้พูดสิ่งที่คิดในตอนนั้นออกไปเลย คนเราเปลีย่นความคิดกันได้ก็จริง แต่ว่าในตอนนั้นก็คือตอนนั้น แล้วหลังจากนั้นอยากจะพูดอะไรอีกก็ค่อยพูดก็ได้ หวังว่าแฟนๆจะเข้าใจแล้วช่วยกันคิดแง่ดีนะครับ(หัวเราะ) แฟนๆจะคิดว่า "คาเมะนาชิ คาสึยะ เป็นคนแบบนี้" ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ให้พูดตามตรงผมเองก็พยายามทำตัวให้ดูดีในสายตาคนอื่นเหมือนกัน อย่างเรื่องการแต่งตัวหรือเวลาร้องเพลงนั่นก็คงจะเป็นอย่างนึงล่ะมั้ง ที่ว่าผมพยายามทำตัวให้ดูดีน่ะ(เก๊ก...นั่นเองแหละ - -) เพราะถ้าเรียบเกินไปก็ไม่มีทางไปข้างหน้าได้หรอกครับ ผมอยากจะเป็นคนที่โดยพื้นฐานแล้ว natural แต่ก็มีบางเวลาที่คิดแบบนี้ครับ

-----------------------------------------------------------------------------

AKANISHI JIN

สีที่ผมชอบคือ ขาว ดำ เงิน ครับ อย่างพวกเสื้อผ้าก็มีโทนสีพวกนี้เยอะล่ะมั้งครับ อย่างห้องผมก็เป็นสีแบบโมโนโทนนะ จะว่าไป..ก็เป็น 3 สีนี้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว บางทีก็ใส่สีอื่นบ้าง แต่ปกติแล้วเนี่ย ก็ 3 สีนี่แหละครับ อ้อ ใช่ ไอ้เสื้อสีเงินเนี่ย...มีแค่ตอนเฉพาะใช้ในคอนเสิร์ตนะครับ เสื้อใส่ข้างนอกนี่ไม่ได้ใส่นะ(หัวเราะ) อย่างพวกเครื่องประดับก็เหมือนกัน มีพวกสีแบบซิลเวอร์เยอะครับ ถ้าถามว่าทำไม ผมคงตอบยากเหมือนกันแฮะ มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้วมากกว่า เอ๊ะ ให้ผมคิดว่าตัวเองเป็นสีอะไรงั้นเหรอ ผมว่าสีขาวนะ เพราะผมเป็นคนซื่อๆตรงๆ แต่คนอื่นคงมองว่าผมสีดำแน่ๆเลย ใช่มั้ย ผมว่ามันออกจะดูไม่ดียังไงไม่รู้สีดำเนี่ย มันคงมีช่องโหว่อันใหญ่ระหว่างสิ่งที่ผมเป็นกับสิ่งที่คนอื่นมองเยอะเลยนะครับเนี่ย (โอ๊ย อีจิ๊นนนนนนน ฮาแตก....ทำไมมันเข้าข้างตัวเองเก่งจังวะเนี่ย) เพราะงั้นแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนี้นะ คนอื่นมองผมเป็นสีดำ แต่ตัวตนจริงๆของผมน่ะ สีขาวนะครับ (ดูมันพูด...เย้ย!)
ส่วนสีของ KAT-TUN คงเป็น Black&Silver แหละนะ คือว่าไม่มีเหตุผลอะไรอ่ะ แต่คิดๆแล้วก็คงเป็นแบบนั้น จะว่าไปแล้วก็ดูเลวๆนะเนี่ย แต่นี่ก็แค่ภายนอกอีกเหมือนกันครับ ตัวตนจริงๆของแต่ละคนน่ะ ก็มีสีต่างกันไป แน่นอนว่าอาจจะมีหรือไม่มี 2 สีนี้ก็ได้ แต่สีดำเนี่ย...ทางุจิ เหตุผลก็ไม่มีหรอก แค่คิดว่าน่ะ ส่วนสีขาว ก็ผมอยู่แล้ว ก็ผมซื่อๆตรงๆนี่นา(หัวเราะ) อืมใช่ แต่ไอ้ความซื่อๆตรงๆเกินไปเนี่ย บางทีก้เป็นผลเสียกับงานเหมือนกันนะครับ เพราะความรู้สึกเรามันเป็นแบบนั้น พอรู้สึกยังไงก็จะแสดงออกมาทางสีหน้าทันที อย่างเวลาไปออกทีวีก็หลุดออกไปทางหน้า ออ แต่ผมก็ไม่ได้พยายามที่จะไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้าหรอกนะ (แล้วพูดเพื่อวะเนี่ย...) ก็นะสำหรับคนแย่ๆก็ทำได้แค่นี้ก็พอและ ไม่ได้ต้องการจะให้คนเป็นหมื่นมาเข้าใจเรา เพราะงั้นถ้าถามผมว่าทางไหนคือทางที่ผมมุ่งไป สงสัยโลกบันเทิงจะไม่ใช่ทางของผมแล้วมั้ง(หัวเราะ) ผมมันตรงเกินไปน่ะครับ ถ้าเป็นแฟนๆตัวจริงของผมล่ะก็ ส่วนใหญ่เค้าก็เข้าใจผมนะ แต่ถ้าเป็นคนอื่นเค้าก็มักจะมองว่า คนแบบนี้เหรอที่เป็นไอดอล ดูไม่เหมือนจะเป็นได้เลย เฮ้อ ถ้ามองผมให้ดีดีแล้วล่ะก็จะเข้าใจผมตัวจริงครับ
แต่ผมไม่เปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีฟ้านะ คือ..ถึงจะเจออะไรผมก็จะนิ่งๆ อย่างเช่นเวลาใส่ชุดผิดเวลาคอนเสิร์ต ผิดก็ผิดครับ ผมไม่ได้สนใจ แต่อย่างโคคิเนี่ยเค้าจะแคร์มากเลยนะ พอผิดปุ๊บก็จะแบบ โอ๊ยย ทำไปจนได้...อะไรแบบนั้นน่ะ แต่ผมไม่อ่ะครับ จะว่าอายก็ไม่อาย จะให้ผมตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกก็ไม่ใช่ ผมเฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานก็เหมือนกัน เฉยๆครับ (มิน่าล่ะ...ไม่เคยแคร์ใครนี่เอง จินเอ๊ย!!!)

อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 11:23:10│ ::COMMENT:: 68件
2006.06.09(金)
DUET記事編集

DUET 2006/07


ช่วงนี้เราไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ อาจจะมาอัพได้แค่อาทิตย์ละ ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ก็เลยจะบอกเอาไว้ตรงนี้เลยน้า...พอดียุ่งๆกับงานที่มหาลัยมากมาย...อันนี้เป็น DUET นะคะ ไปอ่านกันเรยจ้า

IS IT TRUE?

KAMENASHI KAZUYA

Q:เวลาอยู่ในห้องคนเดียว ทำอะไรคะ
A:ก็ไม่ดูทีวีก็ดูหนังนะ ทีวีเนี่ยไม่ว่าจะเป็นข่าวหรือว่ารายการวาไรตี้ก็ดูบ่อยครับ

Q:ชอบผู้หญิงผมสีชาหรือผมดำคะ
A:สีชาที่มันจะเป็นสีทองแล้วเนี่ย ไม่ค่อยจะ.....

Q:ต่อจากนี้ไปอยากจะลองแสดงบทอะไรอีกมั่งคะ
A:อยากเล่นเป็นตัวที่มีลักษณะเฉพาะของตัวเองมั่ง เหมือนมีพฤติกรรมเด่นๆหน่อย สมมุติถ้าเป็นบทฆาตรกร ก็เล่นเป็นฆาตรกรที่มีปัญหาทางจิตใจอะไรแบบเนี้ย จริงๆบทอะไรก็อยากเล่นทั้งนั้นแหละครับ อ้อ แต่ว่า ใส่ชุดนักเรียน..ไม่เอาแล้วนะ(หัวเราะ)

Q:ส่งเมลกับใครบ่อยที่สุดใน KAT-TUN คะ
A:กับทางุจิ...ก็นานๆๆๆๆๆทีอ่ะครับ แล้วก็ไม่ได้ส่งไปเรื่องงานด้วย นอกจากนานๆทีจะส่งไปถามว่าไปกินข้าวด้วยกันมั้ย อะไรแบบนี้

Q:เพราะว่าเป็นคนที่เป็นตัวกลางให้กับเพื่อนๆ ก็เลยได้รับความไว้ใจจากเพื่อนๆให้เป็น MC ทุกทีเลย มีวิธีการยังไงให้คนฟังไม่เบื่อเราคะ
A:อืม จริงๆผมก้กลัวคนดูจะเบื่อเหมือนกันนะ ส่วนเรื่องที่บอกว่าเราเป็นตัวกลางตอยเชื่อมใครต่อใครเนี่ย...มันเป็นนิสัยส่วนตัวมากกว่า ก็เป็นมาแต่เด็กๆแล้วนะ อย่างเมื่อก่อนก็จะคอยถามทุกคนแบบ ไปเที่ยวกันมั้ย! ส่วนตอนนี้...ชอบเป็นคนถูกชวนมากกว่า(หัวเราะ)

Q:เห็นว่าตอนที่เล่นคินดะอิจิได้ซื้อกล้องใหม่มาใช่มั้ยคะ แล้วได้ใช้บ้างมั้ย พักนี้ถ่ายรูปอะไรไปบ้าง
A:ก็ตอนซื้อ..ก็สะพายไปนู่นมานี่ด้วยตลอดเลยครับ(หัวเราะ) ส่วนตอนนี้ก็มีหยิบออกมาใช้มั่งนะ เมื่อวานก็เพิ่งถ่ายรูปหมาที่บ้านไป แล้วอย่างตอนโนบุตะก็ถ่ายรูปแล้วก็เอาไปอัดแจกคนอื่นๆในกองด้วยครับ

Q:เวลาต้องจำบทพูดยาวๆ มีทริคยังไงมั่งคะ
A:คงต้องอ่านเท่านั้นแหละครับ ผมชอบท่องก่อนนอนแล้วพอเช้าตื่นมาก็ลืมทุกทีเลย(หัวเราะ) แล้วอย่างตอนคินดะอิจินะ....ยาวจริงๆครับ โดยเฉพาะตอนที่ไขปริศนาได้น่ะ ไม่รู้ปาเข้าไปตั้งกี่หน้า จำยากมากเลย

Q:ตอนนอนใส่ชุดอะไรคะ
A:ก็ชุดนอนนี่แหละครับ มีสีน้ำทะเลกับสีดำ เปลี่ยนไปมาแล้วแต่อารมณ์

Q:คุยกับคุณพ่อคุณแม่เรื่องอะไรบ้าง
A:ก็เรื่องปกตินี่แหละ ไม่นานนี้พี่ชายเพิ่งได้ลูกด้วย ส่วนใหญ่ก็เลยคุยเรื่องหลานกันนะ

Q:ทำอาหารด้วยตัวเองบ้างรึเปล่าคะ
A:ทำครับ ที่ทำเก่งๆเลยก็ข้าวผัด

Q:ตั้งแต่เข้าจอนห์นนี่มาคิดว่าอะไรที่เป็นการผิดพลาดครั้งใหญ่สุด
A:ถ้าจะให้พูดก็มีเยอะนะครับ แต่เราควรถือว่านั่นเป็นบทเรียนครับ ไม่งั้นเราก็ไม่พัฒนาหรอกครับ อ้อ ที่จำได้แม่นๆเลยคือ เมื่อ 3 ปีก่อนที่ตีลังกาแล้วตกลงมาจากเวที หลังจากนั้นพอจะตีลังกาทีก็ต้องดูหน้าดูหลังให้แม่นๆก่อนครับ

Q:รู้ที่มาของชื่อตัวเองรึเปล่าคะ บอกหน่อยนะคะ
A:คุณแม่บอกว่าอยากเอาตัว 和 ที่มาจากคำว่า สันติภาพ(平和)ใส่ลงไปในชื่อน่ะครับ แล้วพอดีตอนนั้นมีการ์ตูนชื่อ TOUCH (タッチ)แล้วในเรื่องมีตัวละครชื่อคาสึยะ ก็เลยเอามาซะเลย

Q:ลองขอพรกับดาวตกหน่อยค่า
A:ขอให้สิ่งที่ขอไปเป็นจริงเถ้อ....

Q:มีของอะไรที่พอดูปุ๊บซื้อปั๊บเลยมั้ยคะ
A:กระเป๋าครับ!พอเดินๆเห็นถูกใจปุ๊บก็หยิบปั๊บเลยครับ เมื่อไม่นานมานี่ก็เพิ่งซื้อกระเป๋าสีเงินมาเองครับ

Q:เวลาเหนื่อยๆมาจากงานทำอะไรคลายเครียดดีคะ
A:แช่น้ำร้อนครับ อย่างตอนไปทัวค์คอนเสิร์ต พอเลิกคอนเสิร์ตก็กลับมาที่ห้อง ในห้องก็จะมีน้ำร้อนอยุ่แล้วเราก็ไปแช มันสบายตัวจริงๆนะ

Q:ในมือถือมีเมมโมรี่ทั้งหมดเท่าไหร่คะ
A:มีทั้งหมด 211 คน ครับ

--------------------------------------------------------------------------------

AKANISHI JIN

Q:สนิทกับเรียวจังตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย
A:เมื่อวาน!・・แหะแหะ โกหกครับ(หัวเราะ)คือมันค่อนข้างนานแล้วอ่ะนะครับ จำไม่ได้หรอก ก่อนนี้ไม่นานก็เพิ่งมาเที่ยวบ้านผมอยู่เลย กินแกงกะหรีที่ผมทำด้วย (หัวเราะ)

Q:ห่วยภาษาอังกฤษมากเลยค่ะ ทำยังไงถึงจะเก่งแบบจินคุงคะ
A:ของอย่างงี้มันคงต้องเรียนอย่างเดียวแล้วล่ะครับ ก่อนหน้านี้ผมไปค้างบ้านเพื่อนที่เค้าเป็นลูกครึ่งมา 3 เดือน(เฮ้ย..อีบ้า ช่วยเกรงใจเค้าหน่อยดิ - -)ก็เลยจำๆมาได้เพียบเลย แบบพูดภาษาอังกฤษได้ขึ้นมาเลยแหละ อ้อ จริงสิ ไม่ลองหัดใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันดูล่ะครับ แล้วก็ก่อนหน้านี้ผมอ่านหนังสือของคาโทริ ชินโงคุงด้วย เล่มนั้นสอนภาษาอังกฤษดีมากเลยนะ ยังไงก็แนะนำ ลองไปหาดูนะครับ(ชั้นก็เคยอ่าน...แต่ชั้นว่ามันต๊องๆว่ะ 55+)

Q:มีวิธีอะไรให้ร้องเพลงกับเต้นเก่งๆมั้ยคะ
A: อืม...พักนี้ก็ไม่ค่อยได้ไปซ้อมเลยนะ โดดโลด!(หัวเราะ)วิธีเก่งก็มีแค่อย่างเดียวแหละครับ ซ้อม!

Q:ถ้าจะให้ไปเที่ยวไหนที่นึง ที่ไหนที่นึกถึงทันที...
A:อยากไปว่ายน้ำที่ทะเลครับ พักนี้อากาศดีทุกวันเลยก็ออกมารับแดดมั่ง คิดๆเหมือนกันว่าอยากไปทะเลจริงๆ

Q:เวลาอยู่กับยามะชิตะคุง ทำอะไรกันมั่งคะ
A:พักนี้ไม่ค่อยได้เจอพีหรอกครับ ผมเองก็มีทัวค์คอนเสิร์ต เค้าก็ยุ่งๆเรื่องละคร แล้วก็เลยไม่ได้เมลกันเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเวลาจริงๆเราก็ชวนกันไปกินข้าวมั่งน่ะนะ พูดแล้วก็ว่าจะลองเมลไปชวนนะนี่

Q:ถ้าไม่ได้เป็น KAT-TUN คิดว่าจะทำอะไรอยู่คะ
A:ก็คงทำงานธรรมดาๆนี่แหละครับ

Qเห็นยุ่งๆมากเลย พักนี้นอนกันกี่ชม.คะเนี่ย
A:ก็แล้วแต่วันอ่ะครับ แต่เมื่อวานผมนอน 6 ชม.ครับ สำหรับผมแล้วเนี่ย 9 ชม.ดีที่สุดครับ
อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 01:40:50│ ::COMMENT:: 57件
2006.06.04(日)
TV記事編集

HEY HEY HEY 2006/05/29


เฮ้ๆๆ รอบนี้ จริงๆ..ไม่เกี่ยวกับคัททุนเลยนะ แบบว่าเป็นยามะพีก็จริง แต่มีชอตเดด 55+ คือเค้าพูดถึงทั้งจินทั้งคาเมะเลยนะค่ะ เลยเอามาลงให้อ่านเล่นกันดู อ้อ เราตัดมาแค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ

พิธีกร1: เห็นว่าสัมพันธ์กับอาคานิชิแบบ handousei**(คำแปลอยู่ล่างๆนะจ๊ะ) นี่มันยังไงกัน
แฟนๆ:เหหห
ยามะพี: อ๋อ ก็คือว่ายังงี้นะครับ ผมกับอาคานิชิ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนม.ต้นแล้วน่ะ บ้านใกล้กันด้วย เลยไปหากันที่บ้านบ่อยๆน่ะ ห่างกันแค่ 10 นาที
พิธีกร2: ออ แบบผมกับฮามาดะใช่มะ บ้านไปใกล้มาก ..เอ อยากฟังเรื่องของผมกันป่าวเนี่ย (ไม่...by:เราเอง 55+)
พิธีกร1:ต่อๆๆ แล้ว handousei เนี่ย ใครช่วยใครยังไงรึ แบบเค้าช่วยเราหรือเราช่วยเค้า
ยามะพี:ก็คือผมเนี่ยแหละไปช่วยเหลือเค้าบ่อยๆ อย่างเมื่อวันก่อน จู่ๆก็เมลมาลิสต์รายการเพียบเลย บอกให้ผมเอาของไปให้หน่อยแบบเนี่ย ผมก็ว่าหมอนี่บ้ารึเปล่า นี่มันดึกแล้วนะ แล้วจู่ๆจะมาเกิดอยากกินข้าวอะไรตอนนี้

วันนี้ยามะพีมามาดแบบว่าดูดีแฮะ...ย้อมผมดำแล้วดูดีขึ้นเยอะเลยเน้อ
เราเขียน งงๆ รึเปล่าว้า...handousei(半同棲) เราก็ไม่รู้จะแปลเป็นภาษาไทยว่าอะไรดี ก็เลยใช้เป็นภาษาญี่ปุ่นไปเลย 5 5+ คำว่า dousei หมายถึง การอยู่กินกันก่อนแต่งงานค่ะ และคำว่า handousei ก็คือการที่ใครคนนึงจะไปอยู่ที่บ้านอีกคนบ้างบางครั้ง แต่ไม่ใช่ตลอด เพื่อไปช่วยงานบ้าน ฯลฯ บางเวลานั่นเอง ถ้าจะพูดแบบอย่าไปคิดลึกก็คือ...สนิทกันมากน่ะเองแหละค่ะ

พิธีกร1:งั้นนี่เป็นคำถามจากคนดูนะครับ ยามาชิตะคุงเคยทะเลาะกับเพื่อนสนิทมั้ย แล้วมีวิธีขอโทษเค้าเพื่อคืนดีกันยังไงเหรอคะ?
ยามะพี:ครับ จะว่าเคยมันก็เคยอยู่หรอกน้า..จำชูจิ อากิระได้มั้ย คือความจริงแล้ว.....

อุ๊ยตาย ยามะพีเค้ากำลังจะเผยความในใจมากๆเลยนะเนี่ย...> <(ที่ชั้นเดาไว้ ไม่เคยพลาดเลยจริงจริ๊งงง...)

อ่านต่อกดตรงนี้นะคะ≫
│posted at 01:59:48│ ::COMMENT:: 72件
カレンダー(月別)

05 ≪│2006/06│≫ 07
- - - - 1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 -

プロフィール

関谷いほ梨

Author:関谷いほ梨
**หมายเหตุ ใครไม่ชอบคู่นี้ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ อย่าเข้ามาวุ่นวาย*********

สวัสดีค่ะทุกคน> <" ต้องบอกว่าไม่ได้เจอกันนานสินะคะ ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆที่ยังอุตส่าห์จำบลอคนี้ได้แล้วก็เข้ามาอ่านกัน เราหายไปนาน จินกลับมา เราก็กลับมาเหมือนกันค่ะ *0*

ยังไงก็รัก Jin Kame ตลอดไปน้า~~~ม่ายไปไหนแน่นอน

最近のトラックバック

ブロとも申請フォーム
上記広告は1ヶ月以上更新のないブログに表示されています。新しい記事を書くことで広告を消せます。